ติดต่อ-สอบถาม

0-2716-5685

Office Hour : (จ.-ศ.) 08.30-16.30
 webmaster@cmathai.org

ประวัติ

ศูนย์ประเมินและรับรองความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม (ศ.ร.ว.) เป็นใคร

       ศูนย์ประเมินฯ จัดตั้งขึ้นตามข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์ประเมินและรับรองความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยที่พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕  กำหนดให้แพทยสภามีวัตถุประสงค์ในการ ส่งเสริมการศึกษา การวิจัย และการประกอบวิชาชีพในทางการแพทย์ และมีอำนาจหน้าที่ในการรับรองปริญญา ประกาศนียบัตรในวิชาแพทยศาสตร์หรือวุฒิบัตรในวิชาชีพเวชกรรมของสถาบันต่างๆ ดังนั้นจึงเห็นสมควรจัดตั้งศูนย์ประเมินและรับรองความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม เพื่อให้ทำหน้าที่ดังกล่าว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ (๓)  (ฎ)  ประกอบกับมติของคณะกรรมการแพทยสภาในการประชุมครั้งที่ ๑๒ / ๒๕๔๖ เมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๔๖ และด้วยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษ ตามมาตรา   ๒๕   แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕  

วัตถุประสงค์ของ ศ.ร.ว. คืออะไร
ศ.ร.ว. ตั้งขึ้นเพื่อประเมินและรับรองความรู้ความสามารถของบัณฑิตแพทย์จากทุกสถาบันทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งประสงค์จะประกอบวิชาชีพเวชกรรม

ศ.ร.ว. เกี่ยวข้องกับใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมของแพทย์อย่างไร
การสอบเพื่อรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมของผู้สำเร็จการศึกษาจากภาครัฐ/เอกชน และต่างประเทศจะต้องผ่านการสอบเพื่อรับการประเมินและรับรองความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามเกณฑ์ที่ศูนย์ประเมินรับรองความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมกำหนดไว้

ผู้บริหาร ศ.ร.ว. ประกอบด้วยใครบ้าง
คณะกรรมการบริหาร ประกอบด้วย

  • กรรมการที่มาจากการคัดเลือกกันเองของกรรมการแพทยสภา จำนวน 3 คน
  • ประธานคณะอนุกรรมการจัดหาข้อสอบและตัดสินผลการสอบ คณะอนุกรรมการพัฒนาข้อสอบ และคณะอนุกรรมการจัดการสอบ จำนวน 3 คน ซึ่งคณะกรรมการแพทยสภาแต่งตั้งโดยคำแนะนำของกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย
  • ผู้แทนกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย จำนวน 3 คน
  • ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการแพทยสภาแต่งตั้งจำนวน 3 คน
  • ผู้อำนวยการซึ่งคณะกรรมการแพทยสภาแต่งตั้งโดยคำแนะนำของกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย
  • ผู้แทนโรงเรียนแพทย์ซึ่งคณะกรรมการแพทยสภาแต่งตั้ง  จำนวน 3  คน
ศ.ร.ว. มีการจัดการสอบกี่ขั้นตอนและมีวัตถุประสงค์อย่างไร
ตอบ การประเมินและรับรองความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมประกอบด้วยการสอบสามขั้นตอนแต่ละขั้นตอนมีจุดประสงค์ดังนี้
ขั้นตอนที่หนึ่ง เป็นการสอบเพื่อประเมินความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน (Basic Medical Sciences)
ขั้นตอนที่สอง เป็นการสอบเพื่อประเมินความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก (Clinical Sciences)
ขั้นตอนที่สาม เป็นการสอบเพื่อประเมินทักษะและหัตถการทางคลินิก (Objective Structured Clinical Examination : OSCE)

ใครมีสิทธิสมัครสอบบ้าง เพื่อรับใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมบ้าง
ตอบ ผู้มีสิทธิสมัครสอบจะต้องมีคุณสมบัติตามที่ระบุไว้สำหรับการเป็นสมาชิกของแพทยสภา และคุณสมบัติอื่น ดังนี้

ประเภทที่ 1 เป็นผู้ที่กำลังศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตในสถาบันการศึกษาในประเทศไทยหรือในต่างประเทศที่แพทยสภารับรอง
ประเภทที่ 2 เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตและได้รับปริญญาบัตรจากสถาบันการศึกษาในประเทศไทยที่แพทยสภารับรอง
ประเภทที่ 3 เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตและได้รับปริญญาบัตรจากสถาบันการศึกษาต่างประเทศที่แพทยสภารับรอง

คุณสมบัติของผู้สอบแต่ละขั้นตอนเป็นอย่างไร
ตอบ
ผู้มีสิทธิสมัครสอบจะต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับการสอบแต่ละขั้นตอนที่ 1-3 ดังนี้

การสอบขั้นตอนที่ 1 เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติประเภทที่หนึ่งหรือสองหรือสาม  สำหรับผู้มีคุณสมบัติประเภทที่หนึ่งต้องมีใบรับรองจากสถาบันการศึกษาว่าได้ศึกษาวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน (ระดับปรีคลินิก) หรือเทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปีการศึกษานับถึงวันกำหนดสอบฯ โดยได้ศึกษาครบทุกรายวิชาตามหลักสูตรระดับปรีคลินิกของสถาบันการศึกษาที่แพทยสภารับรอง

การสอบขั้นตอนที่ 2  เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติประเภทที่หนึ่งหรือสองหรือสาม สำหรับผู้มีคุณสมบัติ ประเภทที่หนึ่งต้องมีใบรับรองจากสถาบันการศึกษาว่าได้ศึกษาวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก (ระดับคลินิก) มาแล้วไม่น้อยกว่า 2  ปีการศึกษานับถึงวันกำหนดสอบฯ โดยได้ศึกษาครบทุกรายวิชาของ 2 ชั้นปีนั้นตามหลักสูตรระดับคลินิกของสถาบันการศึกษาที่แพทยสภารับรอง

การสอบขั้นตอนที่ 3 เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเฉพาะ ดังนี้       

  1. เป็นผู้ที่สอบผ่านขั้นตอนที่หนึ่งและขั้นตอนที่สองแล้ว โดยแต่ละขั้นตอนสอบผ่านมาแล้วเป็นเวลาไม่เกินเจ็ดปี นับจากวันที่แพทยสภาอนุมัติผลการสอบจนถึงวันยื่นใบสมัครสอบ ถ้าขั้นตอนใดสอบผ่านเกินเจ็ดปี จะต้องสอบขั้นตอนนั้นใหม่ให้ผ่านก่อน 
  2. สำหรับผู้มีคุณสมบัติประเภทที่หนึ่งที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาในประเทศไทย ต้องมีใบรับรองจากสถาบันการศึกษาว่าได้ศึกษาวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก (ระดับคลินิก) มาแล้วไม่น้อยกว่าห้าภาคการศึกษาระบบทวิภาคหรือเทียบเท่า นับถึงวันกำหนดสอบฯ โดยได้ศึกษารายวิชาในระดับหลักสูตรคลินิกในชั้นปีที่ 6 ไม่น้อยกว่า 1 ภาคการศึกษาระบบทวิภาคหรือเทียบเท่าของสถาบันการศึกษาที่แพทยสภารับรอง
  3. สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติประเภทที่สามจะต้องได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในต่างประเทศ ซึ่งแพทยสภารับรองใบอนุญาตนั้น หากเป็นผู้มีสัญชาติไทยไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตดังกล่าว  แต่ต้องมีเอกสารรับรองการปฏิบัติงานหลังปริญญาในฐานะแพทย์ฝึกหัด หรือเทียบเท่าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีในสถาบันการแพทย์ต่างประเทศหรือในประเทศไทยที่แพทยสภารับรอง โดยการปฏิบัติงานจะต้องเสร็จสิ้นก่อนการสมัครสอบ

จำนวนคณะแพทยศาสตร์ในประเทศไทยที่แพทยสภารับรองให้สอบมีกี่แห่ง ที่ใดบ้าง
ตอบ มีทั้งสิ้น 18 คณะแพทยศาสตร์ และศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกอีก 36 แห่ง ได้แก่

  • คณะแพทยศาสตร์
    1 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล  
    2 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย          
    3 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่                
    4 คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี                              
    5 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์                          
    6 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น                 
    7 วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า                                    
    8 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ                 
    9 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์          
    10 วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล       
    11 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร                 
    12 วิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต                
    13 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม          
    14 สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 
    15 วิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 
    16 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา                                   
    17 สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์                   
    18 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์        
  • ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก
    1 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลราชบุรี
    2 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา
    3 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลหัวหิน
    4 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลชลบุรี
    5 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี
    6 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลลำปาง
    7 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์
    8 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
    9 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์
    10 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช
    11 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น
    12 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
    13 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลอุดรธานี
    14 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลมหาสารคาม
    15 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลหาดใหญ่
    16 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลยะลา
    17 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลปัตตานี
    18 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลนราธิวาส
    19 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลสระบุรี
    20 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี
    21 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
    22 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลเมืองฉะเชิงเทรา
    23 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลอุตรดิตถ์
    24 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลพิจิตร
    25 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลแพร่
    26 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
    27 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก
    28 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลร้อยเอ็ด
    29 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลกาฬสินธุ์
    30 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลสุรินทร์
    31 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลบุรีรัมย์
    32 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลศรีสะเกษ
    33 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
    34 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต
    35 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลตรัง
    36 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลสงขลา

ผลงาน ศ.ร.ว. ที่ผ่านมา
      ศ.ร.ว. ได้เปิดดำเนินการมาทั้งสิ้น 4 ปี โดยในปี พ.ศ.2549 เริ่มจัดสอบขั้นตอนที่ 1 ให้กับนิสิต/นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 3 เป็นครั้งแรก โดยระบบจะทำการประเมินและรับรองความรู้ความสามารถของผู้ที่สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์ในปี พ.ศ.2551 เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ และขณะนี้จะมีการเปิดดำเนินการสอบทั้ง 3 ขั้นตอน โดยขั้นตอนที่ 1-2 จัดสอบปีละ 2 ครั้ง และขั้นตอนที่ 3 จัดสอบประมาณ 3-4 ครั้งต่อปี มีนิสิต/นักศึกษาแพทย์ที่สอบผ่านแล้วประมาณ 3,000 คน โดยในปี พ.ศ.2553 จะมีแพทย์จบใหม่ที่ผ่านการรับรองจาก ศ.ร.ว. อีกประมาณ 2,000 คน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 2,500 คนในปี พ.ศ.2556  ทั้งนี้เพื่อเป็นการควบคุมความรู้แพทย์ที่จะจบใหม่ทุกคนและมาตรฐานของโรงเรียนแพทย์ในประเทศไทยให้ทัดเทียม และเพื่อเทียบผู้ที่จบหลักสูตรแพทย์ในต่างประเทศให้มีมาตรฐานเดียวกับประเทศไทย จึงจะได้รับใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม


หน้าแรก :: เกี่ยวกับ ศ.ร.ว. :: สมัครสอบ :: ตรวจสอบผลการสอบ :: ประกาศ :: ติดต่อเรา :: แผนผังเว็บไซต์
ศูนย์ประเมินและรับรองความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม (ศ.ร.ว.) :: Center for Medical Competency Assessment and Accreditation (CMA)
© สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ ห้ามทำการลอกเลียน ไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดนอกจากจะได้รับอนุญาต